ผู้เขียน หัวข้อ: ของชำร่วยงานศพ กระบวนการการเตรียมงานศพของชาวไทยนับถือพุทธในเมืองตรัง เสน่ห์งานศพ  (อ่าน 189 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 37
    • ดูรายละเอียด
ของชำร่วยงานศพ ของชำร่วยงานศพ กระบวนการการเตรียมงานศพของชาวไทยนับถือพุทธในเมืองตรัง เสน่ห์งานฌาปนกิจศพที่เป็นคุณสมบัติเฉพาะตามแนวทางตามแบบคนเมืองตรัง งานฌาปนกิจศพเมืองตรังเอกลักษณ์ประจำถิ่นซึ่งไม่เหมือนที่อื่น
ตรังนับว่าเป็นถิ่นรวมพิธีกรรมที่แตกต่างจากที่อื่นๆ ซึ่งมีทั้งคนไทยนับถือพุทธ มุสลิม และเชื้อสายจีนพึ่งพาอาศัยอยู่ร่วมกัน อย่างไรก็ดีก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างได้กลมกลืน การงานฌาปนกิจศพคล้ายคลึงกัน แตกต่างแค่เพียงมีธรรมเนียมเกี่ยวกับศาสนากับความศรัทธาเท่านั้น
เบอร์โทร 0891246230
เว็บไซต์   http://www.gifttana.com/
ไอดีไลน์  @t0824477555
เตรียมงานศพ

ในกรณีของงานฌาปนกิจศพคนไทยนับถือพุทธตรัง จะเริ่มโดยการตระเตรียมงานคล้ายที่อื่นๆ  มีพิธีอาบน้ำศพ ที่เป็นธรรมเนียมเพื่อชำระศพให้สะอาดสะอ้าน อย่างไรก็ดีปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนกลายเป็นรดน้ำศพ โดยใช้น้ำพระพุทธมนต์แทนที่ จากนั้นจึงทำพิธีการมัดตราสังข์ศพ ก่อนที่เอาไปบรรจุใส่โลง หรือซึ่งชาวใต้เรียกว่า ใส่โลง ซึ่งจะทำการวางส่วนศีรษะของผู้เสียชีวิตไปทางประจิม

สมัยก่อนนั้นการตระเตรียมงานพิธีจำเป็นต้องใช้เวลาค่อนข้างนานหลายสิบวัน และการสื่อสารมิได้ทันสมัยทัดเทียมกับยุคนี้ เวลาจะส่งข่าวให้ญาติมิตรซึ่งอาศัยอยู่จังหวัดอื่นได้ทราบจึงเป็นสิ่งซึ่งค่อนข้างลำบากลำบนอย่างยิ่ง คนสมัยก่อนจึงมักเก็บศพบรรจุโลงพำนักไว้ก่อน ขณะเดียวกันรอกระทั่งไปสู่หน้าแล้ง จากนั้นจะเริ่มต้นนำมาบำเพ็ญกุศลกันต่อไป  ขณะเดียวกันมักจะจัดงานฌาปนกิจศพที่บ้าน แตกต่างจากในปัจจุบันซึ่งมุ่งเน้นความสะดวกสบายด้วยการจัดงานที่วัด สวดพร้อมทั้งฌาปนกิจศพต่อเนื่องจนกระทั่งจบสิ้นงาน

และอีกหนึ่งเสน่ห์ของงานฌาปนกิจศพเมืองตรังคือ การพิมพ์ใบประกาศงานฌาปนกิจศพ นับว่าเป็นสถานที่เดียวในประเทศไทย โดยในใบประกาศจะระบุชื่อผู้ตาย รวมทั้งระบุว่าใครเป็นลูกหลาน สถานที่จัดงาน หมายกำหนดทำพิธี ซึ่งจะเอาไปยังพื้นที่ทั่วชุมชน เพื่อแจ้งให้ญาติสนิทมิตรสหายหรือคนคุ้นเคยได้เดินทางมาร่วมงาน ประเพณีนิยมนี้เริ่มจากคนไทยเชื้อสายจีนในอดีตเวลามีคนเสียชีวิตมักทำโปสเตอร์ประกาศไปแปะติดตามร้านขายกาแฟ ตลาดชุมชน จนกระทั่งสืบต่อกับอย่างต่อเนื่องเปลี่ยนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติประจำจังหวัดซึ่งหลายๆ ศาสนากระทำร่วมกัน โดยปกติใบประกาศจะใช้หมึกสีดำ แต่ถ้าผู้ตายมีครบ 100 ปี จะใช้หมึกสีแดง เพื่อที่จะเป็นการยกย่องให้เกียรติ

ขั้นตอนพิธีศพ

ชาวพื้นเมืองตรังนิยมการจัดพิธีศพให้เสร็จภายในช่วงเดือน เช่นจัดงานศพในช่วงข้างขึ้นหรือว่าข้างแรม  จะไม่มีการข้ามเดือน หรือที่เราเรียกว่า ฉีกขา โดยปกตินิยมจัดงานศพระยะเวลา 7 วัน ซึ่งใน 2 วันสุดท้ายแขกเหรื่อจะมาจำนวนมากที่สุด เพราะว่าคือวันเข้าทับ คือหนึ่งวันก่อนวันเผาศพ และวันตั้งการ หรือว่าวันเข้าการ เป็นวันพิธีเคลื่อนศพไปป่าช้า โดยในระหว่างงานศพเวลากลางวันจะมีการทำบุญทำทานและถวายเครื่องสังฆทานให้แก่ผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกันตอนกลางคืนจะมีการ สวดอภิธรรมศพ นอกจากนี้เจ้าของงานอาจจะจัดให้มีมหรสพประจำถิ่น เช่น มโนราห์ หนังใหญ่ กลอนลาน กาหลอ ด้วยก็ได้

พิธีศพเมืองตรังถือเป็นการชุมนุมพบปะของเครือญาติ เพื่อนฝูง เนื่องจากจะมางานพิธีอย่างเนืองแน่น โดยจะมีคำพูดที่ว่า กินงาน หรือนั่งงาน เพราะว่าไม่เพียงแต่จะมีการจัดพิธีงานศพแล้ว จะต้องมีเลี้ยงอาหารการกินพื้นเมืองที่ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งงานศพตรัง มีการเลี้ยงอาหารกับแขกทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันเข้าทับและวันตั้งการ มีฆ่าวัวควาย เพื่อเนื้อมาใช้ทำอาหารเลี้ยงแขกเหรื่อในมื้อเย็น โดยที่มีอาหารการกินขึ้นชื่อ ตัวอย่างเช่น แกงเนื้อวัว แกงเหลือง  เกาหยุก โดยเรื่องอาหารการกินถือเป็นหน้าตาและเจ้าของงานจะให้ความใส่ใจอย่างมาก จะสะเพร่าเสียไม่ได้ นี่แหละเป็นเหตุให้พิธีศพเมืองตรังมีค่าใช้สอยด้านอาหารการกินค่อนข้างแพงจริงๆ

งานฌาปนกิจศพของชาวพื้นเมืองตรังจะจัดโต๊ะพร้อมทั้งเก้าอี้เพื่อที่จะให้แขกเหรื่อได้นั่งรับประทานกับข้าว ทั้งนี้เนื่องจากเนื่องจากแขกมักจะมากันในช่วงเย็น จึงถือโอกาสทานอาหารเมื่อเดินทางมาถึง มีทั้งอาหารว่างและสำรับจัดเป็นชุดๆ บนถาดอลูมิเนียม เมื่องานเสร็จสิ้น ผู้ร่วมงานมักจะร่วมทำบุญกับเจ้าภาพ โดยที่เราเรียกว่าการให้งาน "ให้งาน" นอกจากนี้เจ้าภาพก็จะทดแทนโดยการ ส่งมอบบัตรขอบคุณพันด้ายสีแดง เพื่อที่จะแจ้งหมายกำหนดการปลงศพ หรือว่าอาจจะจ่ายแจกของชำร่วยงานฌาปนกิจศพด้วย

ในวันเข้าทับจะมีการจุดพลุ หรือว่า ตรวด เพื่อที่จะคือการแจ้งข่าวว่าจะมีการจัดพิธีศพ สำหรับในวันตั้งการ หรือว่าวันเผา จะมีการพิธีเคลื่อนศพไปเผาที่ป่าช้า หรือฝังซึ่งสุสาน ซึ่งก่อนที่พิธีการจะตั้งต้นก็เจ้าภาพจะเลี้ยงอาหารอีกรอบหนึ่ง

พิธีกรรมภายหลังพิธีศพ

เมื่อดำเนินการเผาจบสิ้น ตอนเช้าเจ้าของงานจะเก็บอัฐิไปบังสุกุล หรือว่าอาจบรรจุใส่เข้าบัว ซึ่งลักษณะเป็นเจดีย์ย่อส่วน ยิ่งไปกว่านี้บางครอบครัวอาจมีการไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิต เป็นเวลา 50 วัน 100 วัน หรือว่า 1 ปี สุดแท้แต่ความเชื่อ ขณะเดียวกันก็มีการ ถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลในโอกาสต่างๆ ด้วย

งานฌาปนกิจศพชาวตรังค่อนข้างมีความต่างของงานฌาปนกิจศพในเมืองใหญ่ๆ อยู่ที่ประชาชนในชุมชนจะร่วมแรงร่วมใจมาช่วยกันจัดงานศพ และให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ นับตั้งแต่ทำอาหาร ปลูกสร้างโรงพิธีไปจนถึงล้างจาน โดยเจ้าของงานจะสิ้นเปลืองต้นทุนเรื่องอาหารเท่านั้น ถือเป็นประเพณีนิยมซึ่งเสริมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของคนประจำถิ่นอย่างมาก